Key Takeaways
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้าเป็นหัตถการช่วยแก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย เหนียงเยอะ และมุมปากตก ที่เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อคอที่ดึงผิวหน้าลง โดยมี 2 เทคนิคหลัก คือ Dermolift เน้นการฉีดชั้นผิวตื้นเพื่อยกกระชับแบบเร่งด่วน และ Nefertiti Lift เน้นฉีดกล้ามเนื้อลำคอเพื่อลดแรงดึงผิวลงและให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่า โดยทั่วไปใช้ปริมาณ 30-50 ยูนิต โดยจะเริ่มเห็นผลใน 3-4 วัน และคงผลลัพธ์ได้นาน 1-6 เดือน ขึ้นอยู่กับเทคนิคและการดูแลรักษา การเข้ารับบริการควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ผลิตภัณฑ์แท้ตรวจสอบได้ และดำเนินการโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสมตามปัญหาของแต่ละบุคคล
ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการสูญเสียคอลลาเจนใต้ผิวหนังจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังอาจเกิดจากการที่กล้ามเนื้อบริเวณลำคอทำงานมากเกินไป ทำให้ดึงผิวหน้าลงมามาก ส่งผลให้ใบหน้าหย่อนคล้อย ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า ดังนั้นเพื่อช่วยให้ผู้มีปัญหาใช้ประกอบการตัดสินใจ เราไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่ควรรู้ก่อนเลือกฟื้นฟูด้วยโปรแกรมฉีดโบลิฟต์กรอบหน้ากันก่อน
Table of Contents
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า คืออะไร ?
โปรแกรมฉีดลิฟต์กรอบหน้า หรือที่มักเรียกกันว่า “ลิฟติงหน้า” เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยแก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยจากการถูกกล้ามเนื้อบริเวณลำคอดึงผิวลงมา พร้อมช่วยยกกระชับ ทำให้ใบหน้าเรียวสวยเข้ารูปมากขึ้น
โปรแกรมฉีดกรอบหน้า จะแบ่งเป็น 2 เทคนิค คือ
- Dermolift เป็นการฉีดกรอบหน้าโดยไล่จากด้านล่างขึ้นไปด้านบนเพื่อให้ผิวกระชับมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลแบบเร่งด่วน แต่ไม่แนะนำให้ทำบ่อย ๆ เพราะเสี่ยงทำให้เกิดอาการดื้อโบท็อกซ์ได้
- Nefertiti Lift เป็นเทคนิคการฉีดตัวยาไปที่กล้ามเนื้อบริเวณลำคอที่มีชื่อว่า “Platysma” ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่มีส่วนดึงผิวลงมา และทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อย ซึ่งโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์นี้ เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อลง ช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนที่ดึงผิวขึ้น มีแรงดึงมากกว่า และทำให้หน้ายกกระชับขึ้น
เทคนิคการฉีดโบลิฟต์กรอบหน้าแบบ Dermolift vs Nefertiti Lift ต่างกัน อย่างไร ?
อย่างที่บอกไปว่า โปรแกรมการฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้ามีอยู่ 2 เทคนิคหลัก และเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่าง พร้อมกับช่วยให้สามารถเลือกวิธีลิฟต์กรอบหน้าได้อย่างเหมาะกับความต้องการของแต่ละคน ลองไปดูข้อเปรียบเทียบของแต่ละเทคนิคกันก่อน
|
หัวข้อเปรียบเทียบ |
เทคนิค Dermolift |
เทคนิค Nefertiti Lift |
|
ตำแหน่งที่ฉีด |
แนวกรอบหน้า ดึงผิวขึ้นด้านบน |
กล้ามเนื้อคอ (Platysma) บริเวณใต้กรอบหน้า |
|
ชั้นผิวที่ฉีด |
ฉีดเข้าชั้นผิวหนังตื้น ๆ |
ฉีดเข้าชั้นกล้ามเนื้อ |
|
ผลลัพธ์ที่โดดเด่น |
ผิวกระชับ กรอบหน้าชัดขึ้นอย่างรวดเร็ว |
ลดแรงดึงลงของกล้ามเนื้อคอ หน้าดูยกกระชับเป็นธรรมชาติ |
|
ระยะเวลาคงผลลัพธ์ |
1-2 เดือน หรือ 3-4 เดือน (ขึ้นอยู่กับบุคคล) |
3-4 เดือน หรือ 4-6 เดือน (คงอยู่ได้นานกว่า) |
|
ข้อควรระวัง |
ไม่ควรทำบ่อยเกินไป เสี่ยงต่อการดื้อโบท็อกซ์ |
ต้องอาศัยแพทย์ในการประเมินกล้ามเนื้อก่อนทำหัตถการ |
ใครบ้างที่ควรใช้โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์หน้าเรียวด้วยเทคนิคการลิฟต์กรอบหน้า ?
- คนที่ผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย
- คนที่มีเหนียงเยอะ คอหย่อน
- คนที่มุมปากตก หน้าบึ้ง
ใครไม่ควรทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า ?
- สตรีมีครรภ์ หรือสตรีที่กำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis)
- ผู้ที่มีการติดเชื้อ ผิวหนังอักเสบ หรือมีสิวอักเสบรุนแรงในบริเวณที่จะทำการฉีด
- ผู้ที่มีประวัติแพ้สารโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin)
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า ช่วยอะไร ?
โปรแกรมฉีดโบกรอบหน้า จะช่วยให้บริเวณกรอบหน้าดูชัดขึ้น ใบหน้าจะดูคม แก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย มีเหนียง มุมปากตก หากฉีดร่วมกับโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลดขนาดกล้ามเนื้อกรามจะช่วยให้หน้าเรียวและมีความคม ไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหน ก็มีความมั่นใจมากขึ้น
โปรแกรมฉีดลิฟต์กรอบหน้าใช้โบท็อกซ์กี่ยูนิต ?
โดยปกติแพทย์จะประเมินใบหน้าทุกเคส โดยแต่ละเคสนั้นจะใช้ปริมาณโบท็อกซ์ในการฉีดไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ซึ่งปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณา มีดังนี้
- อายุ
- ความหย่อนคล้อย
- ความดื้อโบท็อกซ์
โดยทั่วไปจะใช้โบท็อกซ์อยู่ที่ 30-50 ยูนิต ทั่วกรอบหน้า
ตารางปริมาณยูนิตโบท็อกซ์ตามระดับปัญหา
|
ระดับความหย่อนคล้อย |
ปริมาณโบท็อกซ์ที่แนะนำ (ยูนิต) |
|
ผิวหย่อนคล้อยน้อย |
20 – 30 ยูนิต |
|
ผิวหย่อนคล้อยปานกลาง |
30 – 50 ยูนิต |
|
ผิวหย่อนคล้อยมาก |
50 ยูนิตขึ้นไป (อาจแนะนำให้ทำร่วมกับหัตถการอื่นเพิ่มเติม) |
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้าเห็นผลเลยไหม ?
สำหรับผลลัพธ์ จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งจะเห็นผลประมาณ 3-4 วันหลังฉีดกรอบหน้า (หากเป็นกลุ่มที่ออกฤทธิ์เร็ว) และจะเห็นผลเต็มที่ภายใน 1-2 สัปดาห์ หรือ 1-3 สัปดาห์ โดยผิวหน้าจะดูกระชับมากขึ้น ตึงมากขึ้น และเห็นกรอบหน้าชัดมากขึ้น
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้าอยู่ได้นานไหม ?
การคงอยู่ของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ฉีด โปรแกรมลิฟต์กรอบหน้าด้วยเทคนิค Dermolift จะสามารถอยู่ได้นานประมาณ 1-2 เดือน หรือ 3-4 เดือน แต่ถ้าด้วยเทคนิค Nefertiti lift จะอยู่ได้ 3-4 เดือน หรือ 4-6 เดือน ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับยี่ห้อของโบท็อกซ์ที่เลือกใช้ ความชำนาญของแพทย์ และการดูแลสุขภาพของแต่ละคนด้วย
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้าเจ็บหรือไม่ ?
ปกติแล้วทางคลินิกจะมีการแปะยาชา แต่ในบางกรณี โปรแกรมฉีดโบลิฟต์กรอบหน้าอาจทำให้รู้สึกเจ็บได้เช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบุคคล เนื่องจากเป็นการทำหัตถการบนชั้นผิวที่ตื้นกว่าการเข้ารับการฟื้นฟูด้วยโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอย หรือโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม จึงมีความรู้สึกมากกว่าการฉีดในบริเวณชั้นกล้ามเนื้อ
ข้อดีของโปรแกรมโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า
- ไม่ต้องผ่าตัดและพักฟื้นไม่นาน
- ใช้เวลาฉีดไม่นาน
- แก้ปัญหาได้หลากหลาย เช่น หน้าเรียว ผิวตึง และคมชัด แก้ปัญหาเหนียง มุมปากตก
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้าที่ไหนดี ?
ในปัจจุบัน การเข้ารับโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จึงทำให้มีโบท็อกซ์ปลอมระบาดไปทั่ว ด้วยเหตุนี้การเลือกโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์จากคลินิกที่ได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมาก เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงในการใช้โบท็อกซ์ปลอมได้มาก โดยวิธีการเลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลควรพิจารณาจาก 5 ปัจจัย ได้แก่
- ผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ใช้ฉีดสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จริง และมีการเปิดกล่องใหม่ต่อหน้าของเราก่อนใช้บริการ
- สามารถตรวจสอบประวัติแพทย์ที่ให้บริการผ่านฐานข้อมูลแพทยสภาได้
- สถานที่เข้ารับบริการได้มาตรฐาน สะอาด มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง
- มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ทั้งภาพรีวิวก่อนทำและหลังทำ
- มีราคาค่าบริการที่เหมาะสม ไม่สูง หรือต่ำกว่าคลินิกและโรงพยาบาลอื่น ๆ มากเกินไป
สำหรับใครที่สนใจโปรแกรมฉีดลิฟต์กรอบหน้า หรือโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์บริเวณอื่น ๆ สามารถเข้ามาขอรับคำปรึกษากับแพทย์ที่ Jairuk clinic ได้เลย เรามีทีมแพทย์คอยดูแลทุกเคสด้วยความใส่ใจ จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่เหมาะสมกับตนเอง
หลังเข้าใช้บริการโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?
- งดการกดนวด บริเวณกรอบหน้าที่ฉีด
- งดการทำเลเซอร์ ซาวน่า ทรีตเมนต์ หรือการโดนความร้อนต่าง ๆ บนใบหน้า 2-4 สัปดาห์
- งดดื่มแอลกอฮอล์ 2สัปดาห์
- งดการนอนราบ 3-4 ชั่วโมง หลังรับโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์
- ทาครีมกันแดดอยู่เสมอ และพยายามหลีกเลี่ยงแดด
- บริหารกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด เช่น การเคี้ยวหมากฝรั่ง จะช่วยให้โบท็อกซ์กระจายตัวดีขึ้น
- งดอาหารหมัก ดอง รสจัด รวมถึงชาบู หมูกระทะที่ต้องนั่งอยู่หน้าเตาที่มีความร้อน
ทำไมต้องโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้าที่ Jairuk clinic ?
ที่ Jairuk clinic เราเลือกใช้โบท็อกซ์ ABO Active 3D Toxin ซึ่งเป็นโบท็อกซ์จากประเทศอังกฤษ มีงานวิจัยรองรับว่าสามารถออกฤทธิ์ได้เร็วกว่าโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่น ๆ เห็นผลลัพธ์ภายใน 24 ชั่วโมง และมีงานวิจัยโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์จากคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ในด้านของการยกกระชับ (Lifting) พร้อมทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการฉีดโบท็อกซ์ที่จะคอยดูแลคนไข้ทุกเคสด้วยความใส่ใจ จึงมั่นใจได้ว่าโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้าจะมอบผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
สนใจนัดหมายเข้ารับการ Consult ไปจนถึงการทำหัตถการโดยทีมแพทย์ที่พร้อมดูแลคุณอย่างใส่ใจ สามารถนัดหมายกับเราได้เลยที่
สาขาเกษตรนวมินทร์ โทร. 062-848-7799
สาขางามวงศ์วาน โทร. 093-636-5153
สาขาราชเทวี โทร. 062-747-1222
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า (FAQs)
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า ทำร่วมกับโปรแกรมอื่นในวันเดียวกันได้ไหม ?
ทำร่วมกันได้และมักให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เช่น โปรแกรมแฟตลดเหนียงคู่กับโปรแกรมโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า จะช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพผิวเพื่อวางแผนการทำหัตถการให้เหมาะสม
หากหยุดฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า ผิวจะกลับมาหย่อนคล้อยรุนแรงกว่าเดิมไหม ?
ไม่ เพราะเมื่อโบท็อกซ์สลายตัว กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงานและมีแรงดึงเท่าช่วงก่อนฉีด ทำให้สภาพผิวกลับคืนสู่สภาพเดิมตามช่วงวัย ไม่ได้ทำให้โครงหน้าหย่อนคล้อยแย่ลงกว่าเดิม
โปรแกรมโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า ฉีดแล้วมีความเสี่ยงทำให้ยิ้มไม่สุด หรือปากเบี้ยวหรือไม่ ?
หากทำหัตถการโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการฉีดโบท็อกซ์โดยเฉพาะ จะไม่มีผลกระทบต่อการแสดงสีหน้า แต่หากตัวยากระจายไปโดนกล้ามเนื้อที่ใช้ยิ้ม อาจทำให้มุมปากตกหรือยิ้มไม่สุดได้ชั่วคราว จึงควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า ต่างจากการร้อยไหมยกกระชับอย่างไร ควรเลือกแบบไหน ?
โปรแกรมโบท็อกซ์เน้นแก้ความหย่อนคล้อยจาก “แรงดึงของกล้ามเนื้อ” เหมาะกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยน้อยถึงปานกลาง ส่วนการร้อยไหมเน้นดึง “ผิวหนังและชั้นไขมัน” เหมาะกับผู้ที่หย่อนคล้อยมาก ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ทำคู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ก่อนเข้ารับบริการโปรแกรมโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า ต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อลดรอยช้ำ ?
ควรงดยาและวิตามินที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs, วิตามินอี, น้ำมันปลา และโสม อย่างน้อย 1 สัปดาห์ รวมถึงงดแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพื่อลดความเสี่ยงเกิดรอยฟกช้ำ
Jairuk clinic
เราเป็นคลินิคดูแลความงามครบวงจร ด้วยอุดมการณ์ที่จะมอบบริการที่ดีที่สุดให้ผู้เข้ารับบริการดูดีมากที่สุด ในแบบที่คงความเป็นตัวของคุณเอง ช่วยเสริมความมั่นใจในแบบที่เป็นธรรมชาติ เน้นการแก้ไขปัญหาเฉพาะบุคคล ที่ตอบโจทย์ผู้เข้ารับบริการที่มีปัญหารูปหน้าแตกต่างกันออกไป ไม่มีการขายคอร์สเกินความจำเป็นให้กังวลใจ