วิธีรักษาผิวหน้าเหี่ยวย่น คืนความอ่อนเยาว์อย่างมั่นใจ

ผิวหน้าเหี่ยวย่น สร้างความรู้สึกกังวลใจ

Key takeaway :

ผิวหน้าเหี่ยวย่นก่อนวัย เกิดจากปัจจัยภายในคือการลดลงของคอลลาเจนตามอายุ และปัจจัยภายนอกอย่างแสงแดด มลภาวะ รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมาะสม การป้องกันที่ดีที่สุดคือเริ่มจากการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และบำรุงผิวด้วยสกินแคร์ แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยชัดเจน นวัตกรรมทางการแพทย์อย่าง Ulthera, Thermage, Filler และ Sculptra เป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวให้กลับมาตึงกระชับและอ่อนเยาว์ได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง


หลายคนคงเคยรู้สึกกังวลใจ เมื่อเห็นริ้วรอยและความเหี่ยวย่นที่เริ่มปรากฏบนใบหน้า จนทำให้ดูแก่กว่าวัย ทั้งยังส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพ ซึ่งการเข้าใจสาเหตุของปัญหานี้ จะช่วยให้คุณหาวิธีการป้องกันและรักษาที่เหมาะสม เพื่อคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ใบหน้า กลับมามีผิวหน้าที่เรียบเนียนและสดใสอีกครั้ง

ผิวหน้าเหี่ยวย่นก่อนวัย เกิดจากสาเหตุใด ?

การที่ผิวหน้าเหี่ยวย่นก่อนวัยนั้น อาจมีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหานี้ ซึ่งสามารถแยกออกเป็นปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

อายุที่เพิ่มมากขึ้น

เมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ กระบวนการทำงานของเซลล์ผิวจะเริ่มช้าลง โดยเฉพาะการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวแท้ ซึ่งเปรียบเสมือนโครงสร้างที่คอยพยุงให้ผิวเต่งตึงและยืดหยุ่น เมื่อโครงสร้างเหล่านี้ลดน้อยลงและเสื่อมสภาพ ผิวจึงเริ่มสูญเสียแรงพยุงจนเกิดเป็นรอยพับและรอยย่นตามธรรมชาติ

มลภาวะ

ในยุคปัจจุบันผิวต้องเผชิญกับศัตรูตัวร้ายอย่างฝุ่น PM 2.5 ควันรถ และสารพิษในอากาศ มลพิษเหล่านี้มีขนาดเล็กมากจนสามารถแทรกซึมเข้าสู่รูขุมขนและก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งจะเข้าไปทำลายคอลลาเจนและขัดขวางกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิว ผลที่ตามมาคือผิวอักเสบเรื้อรัง หมองคล้ำ และเกิดริ้วรอยก่อนวัยอย่างรวดเร็ว

แสงแดด

แสงแดดคือตัวการสำคัญที่สุดที่ทำให้หน้าเหี่ยวย่นก่อนวัย เนื่องจากรังสี UV โดยเฉพาะ UVA ในแสงแดดสามารถทะลุทะลวงลงไปถึงชั้นผิวลึก เพื่อทำลายเส้นใยอีลาสตินโดยตรง ในขณะที่ UVB ทำให้ผิวไหม้และทำลาย DNA ของเซลล์ผิว การสัมผัสแสงแดดสะสมเป็นเวลานานโดยไม่มีการป้องกัน จะทำให้ผิวหยาบกร้าน เกิดจุดด่างดำ และริ้วรอยลึกที่รักษาได้ยาก

พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม

พฤติกรรมบางอย่างสามารถเร่งให้เกิดริ้วรอยและผิวหน้าเหี่ยวย่นได้เร็วขึ้น เช่น

  • สูบบุหรี่ เป็นการทำลายคอลลาเจนในผิว ส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ และสูญเสียความกระชับ
  • ดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ร่างกายขาดน้ำ และสูญเสียความชุ่มชื้นในผิว
  • นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ และดื่มน้ำน้อย ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นและเกิดริ้วรอยได้เร็วขึ้น

วิธีป้องกันปัญหาผิวหน้าเหี่ยวย่นก่อนวัย

การป้องกันใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ใส่ใจในการดูแลผิว และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดริ้วรอย และทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ โดยมีวิธีการง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

ทาครีมกันแดด

การทาครีมกันแดด ถือเป็นกฎเหล็กของการดูแลและปกป้องผิว โดยควรเลือกทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และ PA++++ ทุกวัน แม้ในวันที่ท้องฟ้ามืดครึ้มหรือนั่งทำงานในร่ม เพราะรังสี UV มีอยู่ทุกที่ ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บำรุงด้วยสกินแคร์

อีกหนึ่งวิธีที่ไม่ควรมองข้าม คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี วิตามินอี หรือกลุ่มเรตินอล (Retinol) ที่ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและสร้างคอลลาเจน รวมถึงกลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิด เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มฟู

พักผ่อนให้เพียงพอ

นอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน และควรเข้านอนก่อนเวลา 22.00 – 23.00 น. เพื่อให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) มาฟื้นฟูเซลล์ผิวที่ถูกทำลายมาตลอดทั้งวัน

รับประทานผักและผลไม้

เน้นอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น เบอร์รีต่าง ๆ ผักใบเขียว มะเขือเทศ และถั่วหลากชนิด สารอาหารเหล่านี้จะช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากภายในสู่ภายนอก

ดื่มน้ำมาก ๆ

น้ำคือองค์ประกอบสำคัญของเซลล์ การดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว จะช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล ลดโอกาสการเกิดริ้วรอยจากความแห้งกร้านได้เป็นอย่างดี

หลีกเลี่ยงการสครับผิวบ่อย ๆ

แม้การผลัดเซลล์ผิวจะดีต่อความกระจ่างใส แต่การสครับผิวที่รุนแรงหรือบ่อยเกินไปจะทำให้ปราการผิว (Skin Barrier) อ่อนแอลง ส่งผลให้ผิวเสียความชุ่มชื้นและระคายเคืองได้ง่าย ควรทำเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ

ไม่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์

การลด ละ หรือเลิกสูบบุหรี่ รวมถึงดื่มแอลกอฮอล์ จะเห็นผลลัพธ์ทางผิวพรรณได้อย่างชัดเจนในระยะเวลาอันสั้น ผิวจะดูสดใสขึ้น รูขุมขนกระชับ และการอักเสบของผิวลดน้อยลง

ผู้หญิงมีความสุขเพราะไม่กังวลกับผิวหน้าเหี่ยวย่น

วิธีการรักษาผิวหน้าเหี่ยวย่น

สำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยที่ชัดเจน และต้องการทางลัดในการฟื้นฟูผิว นวัตกรรมทางการแพทย์ในปัจจุบันสามารถช่วยยกกระชับและเติมเต็มได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดเสมอไป โดยมีวิธีการที่ได้รับความนิยม ดังนี้

Ulthera

เทคโนโลยีการยกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเฉพาะเจาะจง (Micro-Focused Ultrasound) สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่แพทย์ใช้ผ่าตัดดึงหน้า ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวค่อย ๆ ยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อยหรือกรอบหน้าไม่ชัดเจน

Thermage

การใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (Radiofrequency – RF) ส่งความร้อนลงไปในชั้นผิวหนังแท้ เพื่อกระชับเส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยให้หดตัวกลับมาเต่งตึงอีกครั้ง และยังช่วยสลายไขมันส่วนเกินบริเวณใบหน้าได้ด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหน้าค่อนข้างนุ่มและต้องการความแน่นของผิว

Hifu (High-Intensity Focused Ultrasound)

นวัตกรรมที่ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงในการยกกระชับผิว คล้ายกับ Ulthera แต่ให้พลังงานที่นุ่มนวลกว่า ช่วยให้ผิวตึงกระชับ ลดริ้วรอย และปรับรูปหน้าให้เรียวสวย เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อยระยะเริ่มต้น

ร้อยไหม

การใช้ไหมละลายสอดเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อดึงยกผิวที่หย่อนคล้อยขึ้นทันทีหลังทำ พร้อมทั้งกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนขึ้นมาล้อมรอบเส้นไหม ช่วยให้ใบหน้าดูยกกระชับและเข้ารูปมากขึ้น

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์

การเติมสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) เพื่อทดแทนชั้นผิวที่สูญเสียไป เช่น ร่องแก้มลึก ขมับตอบ หรือใต้ตาที่โหลลึก ช่วยให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบและริ้วรอยหายไปทันทีหลังทำ

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดปัญหาหน้าเหี่ยวย่นได้ คือการใช้สารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณที่มีการขยับบ่อย ๆ จนเกิดริ้วรอย เช่น หน้าผาก หางตา และระหว่างคิ้ว ช่วยให้ผิวบริเวณนั้นเรียบเนียนขึ้นและป้องกันไม่ให้ริ้วรอยตื้น ๆ กลายเป็นร่องลึกในอนาคต

โปรแกรมฉีด Sculptra

Sculptra เป็นการฉีดสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ตัวสารหลักคือ PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ซึ่งจะเข้าไปช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนประเภทที่ 1 (Collagen Type 1) และปรับโครงหน้าให้กระชับขึ้น ทำให้ผิวอิ่มฟูและดูอ่อนเยาว์

ปัญหาผิวหน้าเหี่ยวย่นและริ้วรอยก่อนวัย อาจดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมชาติที่ยากจะต้านทาน แต่ด้วยการดูแลผิวหน้าอย่างใส่ใจ ผสานกับการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ จะช่วยทำให้ผิวแข็งแรง เรียบเนียนได้ยาวนานขึ้น

สำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้าเหี่ยวย่นให้กลับมาดูอ่อนวัยขึ้น สามารถเข้ารับบริการโปรแกรมฉีด Sculptra ราคาคุ้มค่า ที่ Jairuk Clinic โดยทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ที่พร้อมประเมินและดูแลอย่างละเอียดทุกเคส เพื่อผลลัพธ์อย่างที่ใจต้องการ สามารถนัดหมายเพื่อปรึกษาได้ที่

  • สาขาเกษตรนวมินทร์ โทร. 062-848-7799
  • สาขางามวงศ์วาน โทร. 093-636-5153
  • สาขาราชเทวี โทร. 062-747-1222

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาผิวหน้าเหี่ยวย่น (FAQs)

Q: ผิวหน้าเริ่มเหี่ยวย่นตั้งแต่อายุเท่าไร และควรเริ่มดูแลจริงจังตอนไหน ?

A: ปกติแล้ว กระบวนการผลิตคอลลาเจนในผิวจะเริ่มลดลงตั้งแต่อายุ 25 ปี เป็นต้นไป แม้ในช่วงแรกอาจจะยังมองไม่เห็นริ้วรอยชัดเจน แต่โครงสร้างผิวภายในเริ่มอ่อนแอลงแล้ว ดังนั้นจึงควรเริ่มดูแลอย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 20 ปลาย ๆ โดยเฉพาะการทาครีมกันแดดและการเติมความชุ่มชื้น เพื่อเป็นการชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนที่จะกลายเป็นร่องลึก

Q: ถ้าหยุดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ผิวที่เหี่ยวไปแล้วจะกลับมาตึงเหมือนเดิมหรือไม่ ?

A: การหยุดพฤติกรรมทำร้ายผิว จะช่วยหยุดการทำลายคอลลาเจนเพิ่ม และช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ทำให้ผิวที่ดูหมองคล้ำกลับมาสดใสขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ริ้วรอยลึกที่เกิดขึ้นแล้วอาจจะไม่หายไปทั้งหมด 100% ด้วยการปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องใช้การบำรุงหรือนวัตกรรมทางการแพทย์ควบคู่ไปด้วยเพื่อกู้คืนผิวให้กลับมาตึงกระชับ

Q: การสครับผิวบ่อย ๆ ช่วยให้ริ้วรอยหายเร็วขึ้นจริงหรือไม่ ?

A: ไม่จริง เป็นความเชื่อที่ค่อนข้างอันตราย การสครับผิวบ่อยเกินไป (มากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์) จะทำลายน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวธรรมชาติและเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวสูญเสียน้ำได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้งและเกิดริ้วรอยเล็ก ๆ ได้ง่ายกว่าเดิม ควรเน้นการใช้สกินแคร์ที่เติมความชุ่มชื้นแทน

Q: การฉีด Sculptra ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล และอยู่ได้นานแค่ไหน ?

A: เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด โดยทั่วไปแนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกัน 4-6 สัปดาห์ เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นชัดในเดือนที่ 3 และคงอยู่ได้ยาวนานถึง 25 เดือน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหัตถการที่คุ้มค่ามากในแง่ของระยะเวลา

Q: หลังทำโปรแกรมรักษาผิวหน้าเหี่ยวย่น มีข้อควรปฏิบัติหรือข้อห้ามสำคัญอะไรบ้าง ?

A: กฎสำคัญที่สุด คือเลี่ยงความร้อน ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เช่น การเข้าซาวน่า การยิงเลเซอร์ตัวอื่น หรือการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัด เพราะความร้อนอาจส่งผลต่อสารที่ฉีดเข้าไปหรือรบกวนกระบวนการฟื้นฟูของผิว นอกจากนี้ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้สารเติมเต็มหรือกระบวนการสร้างคอลลาเจนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

เรื่องล่าสุด