รู้จักส่วนประกอบของผิวหนัง 3 ชั้นหลัก พร้อมบทบาทสำคัญ

ระบบผิวหนังมีอะไรบ้าง ศึกษาโครงสร้างให้ละเอียด

Key takeaway:

ระบบผิวหนัง คือระบบอวัยวะที่ห่อหุ้มร่างกาย ประกอบด้วย 3 ชั้นหลัก ได้แก่ ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ ชั้นใต้ผิวหนัง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในวงการความงาม เนื่องจากแพทย์ต้องมีความเข้าใจโครงสร้างผิวหนังที่ละเอียดแม่นยำ เพื่อเลือกตำแหน่งการฉีดสารเติมเต็ม หรือฟิลเลอร์ได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงผลข้างเคียง ช่วยให้ผลลัพธ์การปรับรูปหน้าดูใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด


รู้หรือไม่ ว่านอกจาก “ระบบผิวหนัง” จะเป็นหนึ่งในระบบสำคัญของร่างกายมนุษย์ที่ทำหน้าที่ปกป้องร่างกายจากสิ่งแวดล้อมภายนอกแล้ว ยังมีบทบาทในด้านความงามโดยตรง เนื่องจากแพทย์ต้องเข้าใจโครงสร้างและระบบผิวหนังบนใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับระบบผิวหนัง โครงสร้างผิวหนัง รวมถึงส่วนประกอบของผิว พร้อมอธิบายความเกี่ยวข้องกับการฉีดกรอบหน้า เพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นสำหรับคนที่ต้องการดูแลโครงสร้างผิวให้ดูสุขภาพดี สดใส

ระบบผิวหนัง คืออะไร ?

ระบบผิวหนัง (Integumentary System) คือ ระบบอวัยวะที่ห่อหุ้มร่างกายชั้นนอกสุด ประกอบด้วยผิวหนังและอวัยวะต่อเนื่องที่อยู่ภายในผิวหนัง เช่น เส้นผม ขน เล็บ ต่อมเหงื่อ และต่อมไขมัน โดยผิวหนังของผู้ใหญ่มีพื้นที่รวมประมาณ 1.5 – 2 ตารางเมตร และมีน้ำหนักรวมกันถึง 15% ของน้ำหนักตัว โดยมีหน้าที่หลัก ได้แก่

  • การป้องกัน : เป็นเกราะป้องกันร่างกายจากเชื้อโรค รังสี UV สารเคมี และอันตรายจากภายนอก
  • ควบคุมอุณหภูมิ : ช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้คงที่ผ่านการขับเหงื่อและการขยายหรือหดตัวของหลอดเลือด
  • การรับความรู้สึก : มีปลายประสาทมากมายที่คอยรับสัมผัส ความร้อน ความเย็น และความเจ็บปวด
  • การสังเคราะห์วิตามิน : ผิวหนังช่วยผลิตวิตามินดีเมื่อได้รับแสงแดด ซึ่งจำเป็นต่อความแข็งแรงของกระดูก
  • การขับถ่ายและดูดซึม : ขับของเสียออกทางเหงื่อ และสามารถดูดซึมสารบางชนิด เช่น ตัวยาในรูปแบบครีมหรือแผ่นแปะ

โครงสร้างระบบผิวหนังมีอะไรบ้าง ?

ส่วนประกอบของผิวหนังบนใบหน้าแบ่งออกเป็น 3 ชั้นหลัก ซึ่งแต่ละชั้นมีบทบาทและหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis)

ชั้นหนังกำพร้าเป็นชั้นผิวหนังชั้นนอกสุด ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันผิวจากสารพิษ เชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย พร้อมทั้งช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ แม้จะเป็นชั้นที่บางมากและไม่มีหลอดเลือดมาเลี้ยงโดยตรง ทำให้ต้องรับสารอาหารจากชั้นที่ลึกลงไป แต่ก็เป็นส่วนที่เผชิญกับสภาพแวดล้อมมากที่สุด ผิวชั้นนี้จึงมักเกิดความแห้งกร้านได้ง่าย การหมั่นเติมความชุ่มชื้นด้วยครีมบำรุงจึงเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลผิวชั้นนี้ให้แข็งแรง

2. ชั้นหนังแท้ (Dermis)

ถัดลงมาคือผิวชั้นหนังแท้ ซึ่งเปรียบเสมือนโครงสร้างหลักที่กำหนดความอ่อนเยาว์ของผิว เนื่องจากเป็นแหล่งรวมของคอลลาเจน และอีลาสติน รวมถึงเส้นเลือดและเส้นประสาทมากมาย โดยผิวชั้นนี้มีหน้าที่มอบความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และความตึงกระชับให้กับผิวหน้า หากคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นนี้ได้รับการฟื้นฟูอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยและรักษาความกระชับของผิวให้คงอยู่ได้นานขึ้น

3. ชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Layer or Hypodermis)

ชั้นใต้ผิวหนัง หรือชั้นไขมัน เป็นชั้นที่ลึกที่สุด ซึ่งประกอบด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและไขมันเป็นหลัก ทำหน้าที่เป็นเบาะรองกันกระแทกและช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งสะสมพลังงาน ช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกาย การส่งเสริมระบบไหลเวียนโลหิตที่ดี สำหรับผิวชั้นใต้ผิวหนังไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผิวดูมีสุขภาพดีจากภายใน แต่ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นกระบวนการผลิตคอลลาเจนในภาพรวมอีกด้วย

ระบบผิวหนังมีอะไรบ้าง ที่สัมพันธ์กับความงาม ?

นอกจากผิวหนังทั้ง 3 ชั้นแล้ว ยังมีองค์ประกอบเสริมที่ทำงานร่วมกันในระบบผิวหนัง ซึ่งส่งผลต่อใบหน้า ดังนี้

  • ระบบน้ำเหลือง : หากการไหลเวียนน้ำเหลืองใต้ผิวหนังไม่ดี อาจทำให้ใบหน้าดูบวมและผิวหมองคล้ำ
  • ระบบกล้ามเนื้อใบหน้า (SMAS) : แม้ทางกายวิภาคจะถือเป็นระบบกล้ามเนื้อ แต่ชั้น SMAS อยู่แนบสนิทกับชั้นใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นชั้นสำคัญในการทำศัลยกรรมดึงหน้า หรือการฉีดสารเพื่อปรับรูปหน้า
กังวลเรื่องผิวมีอายุ ลองทานผักผลไม้ที่มีคอลลาเจน ช่วยยืดอายุผิว

การศึกษาโครงสร้างผิวหนังสำคัญต่อการฉีดหน้าอย่างไร ?

การทำความเข้าใจโครงสร้างผิวหนังมีบทบาทสำคัญต่อการฉีดกรอบหน้าและการปรับรูปหน้า เพราะจะช่วยให้แพทย์สามารถเลือกตำแหน่งการฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมอย่างที่ต้องการ

1. ช่วยให้แพทย์เลือกตำแหน่งฉีดที่เหมาะสมและปลอดภัย

ใบหน้าของมนุษย์ไม่ได้เป็นเพียงพื้นผิวเรียบ แต่มีความซับซ้อนมาก เนื่องจากภายใต้ผิวหนังประกอบไปด้วยองค์ประกอบสำคัญต่าง ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ หากแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ

  • หลีกเลี่ยงเส้นเลือดสำคัญ (Vessel Mapping) : ใบหน้ามีเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำประสานกันเป็นร่างแห เช่น เส้นเลือดแดงบริเวณร่องแก้ม หรือระหว่างคิ้ว หากแพทย์ไม่เข้าใจว่าเส้นเลือดเหล่านี้ทอดตัวอยู่ในโครงสร้างผิวหนังชั้นไหนและฉีดฟิลเลอร์เข้าไปอุดตัน อาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเนื้อตาย หรือตาบอดได้
  • การวางตำแหน่งตามชั้นผิว (Layering Technique)
    • โบท็อกซ์ ต้องฉีดลงในชั้นกล้ามเนื้อ เพื่อให้ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ
    • ฟืลเลอร์เติมเต็ม ต้องฉีดลงชั้นใต้ผิวหนังลึก หรือบนกระดูก เพื่อวางฐานให้ใบหน้าดูยกขึ้น
    • การฉีดกรอบหน้า ต้องฉีดในชั้นหนังแท้ในบริเวณที่ตื้น เพื่อกระตุ้นการยกกระชับผิว

2. ช่วยประเมินปริมาณและชนิดของสารเติมเต็มที่เหมาะสม

ส่วนประกอบของผิวหนังของแต่ละคนมีความหนาและลักษณะที่แตกต่างกัน เช่น บริเวณริมฝีปาก หรือรอบดวงตาที่ผิวหนังมีความบอบบางกว่าบริเวณอื่น ๆ การศึกษาโครงสร้างของชั้นผิวหนังจะช่วยให้แพทย์เลือกปริมาณและชนิดของฟิลเลอร์ที่เหมาะสมได้ เช่น ฟิลเลอร์ที่ใช้ในบริเวณที่มีผิวบางอาจต้องเลือกชนิดที่มีความนุ่มและยืดหยุ่น เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและไม่แข็งกระด้าง

ในทางตรงกันข้าม บริเวณที่มีผิวหนากว่า เช่น กราม หรือคาง การใช้ฟิลเลอร์ที่มีความคงตัวและสามารถปรับรูปทรงได้ดีจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืนขึ้น การเลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับลักษณะผิวหน้าในแต่ละจุดจะช่วยให้ผลลัพธ์การฉีดฟิลเลอร์ดูสมดุลและสอดคล้องกับโครงหน้า ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ

3. ช่วยลดความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การรู้ลึกถึงชั้นผิวหนังและตำแหน่งของระบบผิวหนังแต่ละชั้น จะช่วยให้แพทย์สามารถหลีกเลี่ยงการฉีดในตำแหน่งที่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง หรือภาวะแทรกซ้อนได้

  • ป้องกันการเกิดก้อนนูน : โดยหากฉีดฟิลเลอร์ผิดชั้น เช่น ฉีดสารที่ควรอยู่ชั้นลึกแต่กลับวางไว้ในชั้นหนังกำพร้า แสงจะหักเหทำให้เห็นผิวบริเวณนั้นเป็นสีเขียวคล้ำ หรือเป็นก้อนใส
  • การตอบสนองของระบบน้ำเหลืองและหลอดเลือด : การฉีดที่เข้าใจโครงสร้างจะช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ทำให้หลังฉีดกรอบหน้าจะมีอาการบวมช้ำน้อยมาก
  • ความแม่นยำในการรักษาพังผืด : ในเคสที่เคยทำศัลยกรรมมาก่อน จะมีพังผืดใต้ผิวหนัง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมีความแม่นยำด้านโครงสร้าง และสามารถใช้เข็มเลาะพังผืดในชั้นผิวที่ถูกต้อง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ตัวยากระจายตัวได้โดยไม่กองเป็นจุดเดียว

หากกำลังมองหาวิธีปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก กระชับ ด้วยเทคนิคฉีดที่เข้าใจระบบผิวหนังอย่างลึกซึ้ง สามารถเลือกใช้บริการโปรแกรมฉีดกรอบหน้าได้เลยที่ Jairuk Clinic โดยทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างใบหน้าและชั้นผิวหนัง เน้นการวิเคราะห์โครงหน้าแบบองค์รวมและประเมินโครงสร้างผิวหนังอย่างละเอียดก่อนเริ่มทุกเคส เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูสวยสมดุลอย่างมั่นใจ โดยสามารถนัดหมายเพื่อปรึกษาได้ที่

  • สาขาเกษตรนวมินทร์ โทร. 062-848-7799
  • สาขางามวงศ์วาน โทร. 093-636-5153
  • สาขาราชเทวี โทร. 062-747-1222

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบผิวหนัง (FAQs)

Q: หากฉีดฟิลเลอร์ผิดชั้นผิวหนังจะส่งผลอย่างไร ?

A: หากฉีดผิดชั้นผิว เช่น ฉีดสารเติมเต็มที่ควรอยู่ชั้นลึกลงในชั้นหนังกำพร้า อาจทำให้เกิดก้อนนูนกับผิวบริเวณนั้นจนเป็นสีเขียวคล้ำ หรืออาจเกิดการอุดตันของเส้นเลือดหากแพทย์ไม่เชี่ยวชาญในเรื่องตำแหน่งของโครงสร้างผิวหนัง

Q: ชั้นผิวหนังส่วนไหนที่มีผลต่อความหย่อนคล้อยมากที่สุด ?

A: ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้น SMAS (ซึ่งอยู่ติดกับชั้นใต้ผิวหนัง) เป็นส่วนสำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมคอลลาเจนและอีลาสติน รวมถึงเป็นโครงสร้างที่พยุงผิวหน้า การสูญเสียความยืดหยุ่นในชั้นเหล่านี้จะทำให้เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย

Q: การฉีดกรอบหน้าช่วยกระตุ้นระบบผิวหนังในส่วนใด ?

A: การฉีดกรอบหน้าด้วยเทคนิคที่ถูกต้องจะเน้นการฉีดในชั้นหนังแท้ตื้น ๆ เพื่อกระตุ้นการยกกระชับและการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวบริเวณแนวกรามดูคมชัดและผิวดูแน่นขึ้นจากภายใน

Q: ทำไมการฉีดหน้าในแต่ละบริเวณถึงใช้ชนิดของฟิลเลอร์ไม่เหมือนกัน ?

A: โครงสร้างผิวหนังแต่ละจุดมีความหนาและฟังก์ชันต่างกัน เช่น ชั้นหนังแท้ บริเวณรอบดวงตามีความบางมาก จึงต้องใช้ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มและยืดหยุ่นสูง เพื่อป้องกันการเป็นก้อน ในขณะที่บริเวณคางหรือกรามซึ่งต้องปั้นรูปทรง จะใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็งที่มีความคงตัวสูงฉีดลงในชั้นใต้ผิวหนังลึกหรือบนกระดูก

เรื่องล่าสุด