Key takeaway
พฤติกรรมขยี้ตาบ่อยเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำลายโครงสร้างคอลลาเจน ส่งผลให้เกิดปัญหาหนังตาหย่อนคล้อย ริ้วรอย รวมถึงอาการขอบตาดำจากการแตกตัวของเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง หากปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว การทำหัตถการอย่างการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ก็ถือเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการเติมเต็มร่องลึก ลดความหมองคล้ำ เพื่อฟื้นฟูผิวรอบดวงตาให้กลับมาสดใสดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง
สาเหตุที่การขยี้ตาทำให้เกิดปัญหาหนังตาหย่อนคล้อย
ดวงตาและผิวหนังรอบดวงตาเป็นบริเวณที่มีความบอบบางและละเอียดอ่อนอย่างมาก ผิวบริเวณนี้มีความหนาเพียงไม่กี่มิลลิเมตรและไม่มีต่อมไขมันมากเท่าผิวส่วนอื่น การออกแรงถู หรือขยี้เพียงเล็กน้อยอาจไม่ก่อปัญหา แต่หากทำเป็นประจำจะกลายเป็นการทำร้ายผิวอย่างต่อเนื่อง โดยการขยี้ตา สามารถส่งผลเสียได้ ดังนี้
1. การทำลายผิวหนังรอบดวงตา
ทุกครั้งที่ขยี้ตา แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจะทำลายโครงสร้างของคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นและเต่งตึง เมื่อเส้นใยเหล่านี้ถูกรบกวนบ่อย ๆ ผิวจะเริ่มสูญเสียความกระชับ ส่งผลให้เกิดริ้วรอยเล็ก ๆ และรอยตีนกาที่ลึกขึ้นได้ไวกว่าปกติ
2. การเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดขอบตาดำ
หลายคนสงสัยว่า การขยี้ตาบ่อยกับขอบตาดำเกี่ยวข้องกันอย่างไร ? คำตอบคือใต้ผิวหนังรอบดวงตามีเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กจำนวนมาก การขยี้ตาอย่างแรงจะทำให้เส้นเลือดเหล่านี้แตก หรือรั่วไหลออกมาในเนื้อเยื่อรอบ ๆ ส่งผลให้เกิดรอยช้ำ หรือความหมองคล้ำสะสม นอกจากนี้ การอักเสบจากการขยี้ยังกระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวใต้ตามีสีเข้มขึ้นจนกลายเป็นปัญหาขอบตาดำเรื้อรัง
3. การเสื่อมสภาพของหนังตา
การขยี้ตาบ่อยไม่เพียงแต่ส่งผลต่อผิวชั้นนอก แต่ยังกระทบถึงกล้ามเนื้อเลเวเตอร์ (Levator Muscle) ซึ่งทำหน้าที่ยกเปลือกตา แรงกดจากการขยี้อาจทำให้กล้ามเนื้อนี้ยืดตัวหรือแยกออกจากตำแหน่งปกติ ส่งผลให้เกิดอาการ “หนังตาตก” หรือหนังตาหย่อนคล้อย ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัย
สัญญาณเตือน ! เมื่อไรที่ควรหยุดขยี้ตา ?
พฤติกรรมดังต่อไปนี้ อาจแสดงถึงการทำร้ายดวงตาโดยไม่รู้ตัว
- ต้องขยี้ตาทุกครั้งหลังตื่นนอน หรือก่อนนอน
- ขยี้ตาจนตาแดง หรือรู้สึกแสบบริเวณผิวรอบดวงตา
- เริ่มสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ตาชัดเจนขึ้น แม้จะพักผ่อนเพียงพอ
- มีริ้วรอยเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นบริเวณหางตา หรือใต้ตา
นอกจากนี้ การขยี้ตาแรง ๆ ยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระจกตาย้วย (Keratoconus) ซึ่งเป็นภาวะที่กระจกตาบางลงและโก่งตัวผิดรูป ส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาว
วิธีดูแลผิวรอบดวงตาให้สดใส ป้องกันการขยี้ตา
หากกำลังติดนิสัยขยี้ตาบ่อย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยรักษาความอ่อนเยาว์ของดวงตาไว้ได้
1. ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยลดการระคายเคือง
เลือกใช้ Eye Cream หรือเซรั่มที่มีส่วนผสมของสารปลอบประโลมผิว เช่น Aloe Vera, Chamomile หรือ Centella Asiatica เพื่อลดอาการคันและระคายเคือง นอกจากนี้ ยังควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มี Hyaluronic Acid เพื่อเติมความชุ่มชื้น ลดแรงเสียดทานเมื่อต้องสัมผัสผิว
2. พักสายตาเป็นประจำ
อาการตาล้าจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ตโฟนเป็นเวลานาน มักกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากขยี้ตา จึงควรใช้กฎ 20-20-20 คือให้พักสายตาทุก 20 นาทีโดยมองออกไปไกล 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อลดความเครียดของกล้ามเนื้อตา
3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสตาโดยตรง
หากรู้สึกคันตา ให้ใช้การประคบเย็นแทนการขยี้ ความเย็นจะช่วยให้หลอดเลือดหดตัวและลดอาการคันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือหากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา ให้ใช้น้ำเกลือล้างตาแทนการถูไปมา
4. ฟื้นฟูด้วยการทำหัตถการ
ในกรณีที่ปัญหาขอบตาดำหรือริ้วรอยเกิดขึ้นแล้วและการทาครีมอาจเห็นผลช้า การปรึกษาแพทย์เพื่อทำหัตถการอย่างการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ ทางเลือกสู่การแก้ปัญหาขอบตาดำ คืนความสดใสให้ผิวหน้า
พฤติกรรมขยี้ตาบ่อย ทำให้เกิดความหย่อนยานและขอบตาดำ ที่ทิ้งร่องรอยไว้ชัดเจน จนทำให้ใบหน้าดูโทรม การแก้ปัญหาด้วยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ จึงเป็นตัวช่วยที่สามารถกู้คืนความสดใสให้กลับคืนมา โดยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ เป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมเพื่อช่วยลดเลือนรอยคล้ำและความหมองคล้ำใต้ดวงตา ฟิลเลอร์ที่ใช้จะเป็น Hyaluronic Acid (HA) ที่สลายตัวได้ตามธรรมชาติ ซึ่งมีความปลอดภัยและสามารถช่วยฟื้นฟูผิวรอบดวงตาให้ดูเต่งตึงและสดใสขึ้นได้ โดยมีประโยชน์ ดังนี้
- ลดการหมองคล้ำใต้ตา ฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มร่องลึกใต้ตาที่ทำให้เกิดเงาดำ และช่วยพยุงผิวให้ดูสว่างกระจ่างใสขึ้นทันทีหลังทำ
- กระชับผิวบริเวณรอบดวงตา ช่วยทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปจากการขยี้ตา ทำให้ผิวที่เคยหย่อนคล้อยกลับมาเรียบเนียน ดูตื้นขึ้น
- ลดริ้วรอยรอบดวงตา เติมเต็มรอยพับและริ้วรอยเล็ก ๆ ทำให้ดวงตาดูสดใส อ่อนเยาว์ ไม่ดูเหนื่อยล้า
ปรึกษาเพื่อฟื้นฟูขอบตาดำ ด้วยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำที่ Jairuk Clinic
การดูแลผิวรอบดวงตาต้องอาศัยความเชี่ยวชาญอย่างมาก เพราะเป็นบริเวณที่อันตรายและซับซ้อน ที่ Jairuk Clinic เราเข้าใจถึงความกังวลของผู้ที่มีปัญหาขอบตาดำจากการขยี้ตาและปัจจัยอื่น ๆ เราจึงมอบบริการที่จะช่วยแก้ปัญหาด้วยจุดเด่น ดังนี้
- ประเมินละเอียดทุกเคส โดยคุณหมอจะวิเคราะห์สาเหตุของรอยคล้ำและโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อออกแบบการเติมเต็มให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
- เทคนิคการฉีดที่แม่นยำ โดยใช้เทคนิคเฉพาะที่เน้นความละมุน เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน แก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด
- ได้ฟิลเลอร์ของแท้ โดยเลือกใช้ฟิลเลอร์แบรนด์ชั้นนำที่ผ่านการรับรองจาก อย. เช่น ฟิลเลอร์แบรนด์ Restylane ที่ได้รับความนิยมสูง จึงมั่นใจได้ในผลลัพธ์
- ใส่ใจทุกขั้นตอน เราพร้อมดูแลคนไข้ด้วยความจริงใจ เพื่อให้ทุกคนที่ก้าวออกจากคลินิกมีความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น
มองหาวิธีฟื้นฟูผิวรอบดวงตาและกำจัดขอบตาดำที่มีประสิทธิภาพ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำที่ Jairuk Clinic เป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะเราเข้าใจทุกปัญหา พร้อมดูแลทุกเคสด้วยความใส่ใจ โดยจะทำการประเมินอย่างละเอียด เพื่อออกแบบการเติมเต็มให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และได้ผลลัพธ์ที่เข้ากับคุณที่สุด
สามารถนัดหมายเพื่อปรึกษาได้ที่
- สาขาเกษตรนวมินทร์ โทร. 062-848-7799
- สาขางามวงศ์วาน โทร. 093-636-5153
- สาขาราชเทวี โทร. 062-747-1222
ข้อมูลอ้างอิง
- การขยี้ตาสามารถก่อให้เกิดผลเสียต่อดวงตาอย่างไร ?. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 จาก https://eyebankthai.redcross.or.th/?page_id=13218
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขยี้ตาบ่อย (FAQs)
Q : ขยี้ตาบ่อยจนตาอักเสบ สามารถฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาได้ทันทีเลยไหม ?
A : หากมีอาการตาแดงหรือผิวรอบดวงตาอักเสบจากการขยี้ ควรพักผิวและรอให้อาการระคายเคืองหายดีก่อน โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อก่อนเริ่มทำหัตถการ
Q : การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยเรื่องหนังตาตกที่เกิดจากการขยี้ตาได้มากน้อยแค่ไหน ?
A : ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มความหย่อนคล้อยในส่วนของร่องใต้ตาและแก้มส่วนบน ทำให้ใบหน้าดูยกกระชับขึ้น แต่หากหนังตาตกในระดับรุนแรงจากการที่กล้ามเนื้อเลเวเตอร์แยกตัว แพทย์อาจแนะนำการรักษาอื่นควบคู่ไปด้วย
Q : หลังจากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้ว ยังสามารถขยี้ตาได้ปกติหรือไม่ ?
A : หลังทำหัตถการควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตา หรือกดทับบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ตัวยาเซตตัวเข้ากับเนื้อเยื่อได้อย่างสมบูรณ์ และเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาผิวในระยะยาวที่อาจตามมาจากการขยี้ตาซ้ำอีก

เราเป็นคลินิคดูแลความงามครบวงจร ด้วยอุดมการณ์ที่จะมอบบริการที่ดีที่สุดให้ผู้เข้ารับบริการดูดีมากที่สุด ในแบบที่คงความเป็นตัวของคุณเอง ช่วยเสริมความมั่นใจในแบบที่เป็นธรรมชาติ เน้นการแก้ไขปัญหาเฉพาะบุคคล ที่ตอบโจทย์ผู้เข้ารับบริการที่มีปัญหารูปหน้าแตกต่างกันออกไป ไม่มีการขายคอร์สเกินความจำเป็นให้กังวลใจ