Radiesse VS Sculptra เลือกแบบไหนให้เหมาะกับปัญหาผิว ?

ผู้หญิงมั่นใจในผิวหน้าเพราะฉีด-Sculptra-ในราคาสุดพิเศษ

Key takeaway

การเลือกใช้ Radiesse VS Sculptra นั้นขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและผลลัพธ์ที่คุณต้องการ โดย Radiesse (CaHA) จะให้ผลลัพธ์การเติมเต็มและยกกระชับที่เห็นได้ทันที มีมิติ และมักทำเพียง 1 ครั้ง เหมาะสำหรับการเติมร่องลึกและปรับรูปหน้า ในขณะที่ Sculptra (PLLA) จะเน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในผิวชั้นลึก ให้ผิวฟูแน่นและมีคุณภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติแบบค่อยเป็นค่อยไป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวโดยรวมและสามารถทำต่อเนื่องหลายครั้ง


การฉีดสารเติมเต็มแบบ Biostimulator กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้า แก้ไขปัญหาริ้วรอย และปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องผ่าตัด ในบรรดาตัวเลือกที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ Radiesse และ Sculptra ซึ่งทั้งสองมีคุณสมบัติและจุดเด่นที่แตกต่างกัน การเข้าใจข้อแตกต่างจะช่วยให้สามารถเลือกการรักษาที่เหมาะสม ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด และมอบผลลัพธ์อย่างที่คุณต้องการ

ความหมายและส่วนประกอบหลักของ Radiesse และ Sculptra

หากจะต้องตัดสินใจเลือกฉีดระหว่าง Radiesse VS Sculptra ควรทำความเข้าถึงหน้าที่และส่วนประกอบการหลักเสียก่อน ซึ่งแบ่งได้ดังนี้

Radiesse

Radiesse เป็นสารเติมเต็มประเภท Biostimulator ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว โดยมีส่วนประกอบหลักเป็นแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxyapatite) ที่จะเข้าไปช่วยเติมเต็มร่องลึกและฟื้นฟูโครงสร้างผิวได้ทันที เหมาะสำหรับฉีดไปยังบริเวณต่าง ๆ บนใบหน้า เช่น แก้ม คาง หรือร่องแก้ม ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้ผิวดูแน่น กระชับ และเสริมความอ่อนเยาว์

Sculptra

Sculptra เป็นสารเติมเต็มประเภท Biostimulator เช่นเดียวกับ Radiesse แต่จะมีส่วนประกอบหลักเป็นโพลีเมอร์สังเคราะห์ที่สามารถย่อยสลายได้ (PLLA: Poly-L-Lactic Acid) ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นลึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผลลัพธ์จากการใช้ Sculptra จะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวโดยรวม ทำให้ผิวมีความแน่น อิ่มฟู และเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

ผู้หญิงฉีด-Sculptra-ในราคาสุดคุ้มค่า

เปรียบเทียบ Radiesse VS Sculptra ต่างกันอย่างไร ?

เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลองมาดูถึงข้อเปรียบเทียบความแตกต่างของทั้ง Radiesse VS Sculptra ดังต่อไปนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ Radiesse Sculptra
ส่วนประกอบหลัก Calcium Hydroxylapatite (CaHA) Poly-L-Lactic Acid (PLLA)
ระยะเวลาเห็นผล เห็นผลการเติมเต็มได้ทันที และชัดเจนขึ้นใน 1-3 เดือน ผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไป และเห็นชัดเจนภายใน 4-6 สัปดาห์
เหมาะกับปัญหาผิว ผิวหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับ หรือเติมร่องลึก/ คาง/ แก้ม ผิวฝ่อ ตัวผิวบาง ขาดความยืดหยุ่น ต้องการความอิ่มฟูทั่วหน้า
ผลลัพธ์หลังการฉีด ผิวยกกระชับ มีมิติ และโครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ผิวคุณภาพดีขึ้น หนาแน่น อิ่มน้ำ และดูอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติ
ระยะเวลาในการทำซ้ำ อยู่ได้นานประมาณ 12 – 18 เดือน อยู่ได้นานสูงสุดถึง 25 เดือน
จำนวนครั้งในการทำ มักเห็นผลดีในการทำเพียง 1 ครั้ง แนะนำทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง (ห่างกัน 4-6 สัปดาห์)

วิธีเลือกให้ตอบโจทย์ปัญหาผิวอย่างลงตัว

การเลือกใช้ระหว่าง Radiesse หรือ Sculptra ต้องพิจารณาจากปัญหาผิว และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยแบ่งได้เป็น ดังนี้

เติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้าแบบทันใจ

หากมีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยของใบหน้า มีร่องแก้มลึก หรือต้องการปรับแนวกราม และคางให้ดูมีมิติมากขึ้น โดยที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่ทำ Radiesse คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนอกจากจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการพยุงผิว (Lifting Effect) ได้ดีอีกด้วย

ฟื้นฟูโครงสร้างผิว เพิ่มความอิ่มฟูจากภายใน

สำหรับคนที่มีปัญหาผิวฝ่อตัว (Skin Laxity) ผิวบาง หรือดูเหนื่อยล้า เนื่องจากคอลลาเจนเสื่อมสภาพตามวัย และไม่รีบเร่งที่จะเห็นผลทันที แต่ต้องการให้ผิวแลดูอ่อนวัย Sculptra จะช่วยคืนความอิ่มฟู และยืดหยุ่นให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ

ต้องการผลลัพธ์แบบผสมผสาน

ในกรณีที่คนไข้มีปัญหาผิวหลายประการ ทั้งสูญเสียปริมาณไขมันบนใบหน้าและคุณภาพผิวเสื่อมโทรม แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ทั้งสองโปรแกรมร่วมกัน หรือสลับกันตามความเหมาะสม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งผิวที่เนียนนุ่มและได้รูปสวยงาม

ตรวจสอบจำนวนครั้งการทำซ้ำ

หากมีงบประมาณที่จำกัดและไม่ต้องการทำหัตถการบ่อยครั้ง Radiesse อาจเหมาะสมกว่า เพราะผลลัพธ์สามารถเห็นได้ทันทีและไม่จำเป็นต้องทำหลายครั้ง ในขณะที่ Sculptra ต้องทำหลายครั้งตามโปรแกรมเพื่อให้ผลลัพธ์เต็มที่

สำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์การบำรุงผิวที่ลึกถึงโครงสร้างผิวและการเติมเต็มคอลลาเจนอย่างตรงจุด โปรแกรมฉีด Sculptra ในราคาสุดคุ้มค่า ที่ Jairuk Clinic คือคำตอบ ช่วยคืนผิวแน่น อิ่มฟู และกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ภายใต้การดูแลโดยทีมแพทย์ผู้มากประสบการณ์ เราจะประเมินสภาพผิวของคุณอย่างละเอียด พร้อมออกแบบโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์ที่มั่นใจได้ทั้งความปลอดภัยและความสวยงามที่ยั่งยืน

สามารถนัดหมายเพื่อปรึกษาได้ที่

  • สาขาเกษตรนวมินทร์ โทร. 062-848-7799
  • สาขางามวงศ์วาน โทร. 093-636-5153
  • สาขาราชเทวี โทร. 062-747-1222

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Radiesse: What You Need to Know. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 จาก https://www.healthline.com/health/radiesse
  2. Will Sculptra Effectively Rejuvenate My Skin?. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 จาก https://www.healthline.com/health/sculptra

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Radiesse และ Sculptra (FAQs)

หลังฉีด Radiesse หรือ Sculptra มีผลข้างเคียงอะไรบ้างที่ต้องระวัง ?

โดยทั่วไปถือว่ามีความปลอดภัยสูง แต่อาจเกิดรอยแดง บวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะหายไปเองภายใน 1 – 2 สัปดาห์ ผู้รับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

สามารถฉีด Radiesse และ Sculptra ร่วมกันในแผนการรักษาได้หรือไม่ ?

ได้ ในกรณีที่คนไข้มีปัญหาผิวหลายประการ ทั้งสูญเสียปริมาณไขมันบนใบหน้าและคุณภาพผิวเสื่อมโทรม แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ทั้งสองโปรแกรมร่วมกัน หรือสลับกันตามความเหมาะสม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่สมบูรณ์

Radiesse และ Sculptra ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน ?

โดยปกติแล้วไม่มีระยะเวลาพักฟื้นที่ยาวนาน ผู้รับบริการสามารถกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้ทันทีหลังฉีด แต่อาจมีอาการบวมเล็กน้อยใน 1 – 2 วันแรก ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้น

ผลลัพธ์ของ Radiesse และ Sculptra จะคงอยู่ถาวรหรือไม่ ?

ผลลัพธ์ของการฉีดทั้ง Radiesse และ Sculptra ไม่ได้อยู่ถาวร เนื่องจากเป็นสาร Biostimulator ที่จะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ โดย Radiesse อยู่ได้นานประมาณ 12 – 18 เดือน ส่วน Sculptra อยู่ได้นานสูงสุดถึง 25 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลและการตอบสนองของแต่ละบุคคล

เรื่องล่าสุด