5 วิธียกกระชับใบหน้า ลดริ้วรอยตามเทรนด์ “Skin Longevity”

ผิวหย่อนคล้อยทำอย่างไร-แนะนำวิธียกกระชับใบหน้าที่เหมาะสมกับผิว

Key takeaway

วิธียกกระชับใบหน้าให้เห็นผลอย่างยั่งยืนคือการผสานนวัตกรรมยกผิวชั้นลึก (HIFU/Ultherapy) เข้ากับการฟื้นฟูโครงสร้างคอลลาเจนจากภายในด้วยการฉีด Sculptra เพื่อสร้างผลลัพธ์ยกกระชับใบหน้า ผิวเต่งตึงอย่างเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานถึง 2 ปี การดูแลยังต้องทำควบคู่ไปกับไลฟ์สไตล์ที่ช่วยฟื้นฟูผิว เช่น การพักผ่อนและการใช้สกินแคร์ จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้ผิวในระดับเซลล์ตามหลัก Skin Longevity ได้อย่างสมบูรณ์แบบ


หลายคนเริ่มสังเกตว่าแม้ผิวจะได้รับการดูแลดี แต่ริ้วรอยและความหย่อนคล้อยก็ยังเกิดขึ้นอย่างชัดเจน เทรนด์ Skin Longevity จึงเกิดขึ้นเพื่อเน้นการดูแลผิวอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การกระตุ้นคอลลาเจนภายในจนถึงการเสริมความเต่งตึงภายนอก การยกกระชับใบหน้าให้ผิวเต่งตึงจึงไม่ใช่แค่เรื่องความงาม แต่เป็นการลงทุนให้ผิวดูสุขภาพดีและอ่อนเยาว์ไปอีกหลายปี

วิธีที่ 1 Lifestyle & Nutrition ที่ช่วยยกกระชับผิว

การดูแลผิวที่ยั่งยืนที่สุดต้องเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพื้นฐาน เพราะเซลล์ผิวต้องการสารอาหารและการพักผ่อนที่เพียงพอเพื่อใช้ในกระบวนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การสร้างเกราะป้องกันจากภายในจะช่วยชะลอการสลายตัวของอีลาสตินและคอลลาเจน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ใบหน้าดูโทรมและขาดความหยืดหยุ่น

  • โภชนาการเสริมคอลลาเจน : การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูง วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้กระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น
  • การนอนหลับอย่างเพียงพอ : การนอนหลับที่มีคุณภาพ (Beauty Sleep) ช่วยลดการเสื่อมของผิวและเปิดโอกาสให้ร่างกายหลั่ง Growth Hormone เพื่อฟื้นฟูเซลล์ผิว
  • ผสานการดูแลระดับลึก : แม้การใช้ชีวิตที่ดีจะช่วยได้มาก แต่เมื่ออายุมากขึ้น การเสริมด้วยนวัตกรรมอย่างโปรแกรมการฉีด Sculptra จะเข้ามาช่วยยืดอายุความเต่งตึงของผิว โดยจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายในที่อาหารทั่วไปอาจให้ได้ไม่เพียงพอ

วิธีที่ 2 ใช้เทคโนโลยียกกระชับผิว Non-Surgical

คงความอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องพึ่งพาวิธียกกระชับใบหน้าแบบผ่าตัด ด้วยนวัตกรรมที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการตอบสนองทางชีวภาพ มอบผลลัพธ์ที่ตรงจุด เนื่องจากเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ชั้นผิวบนจนถึงชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า

  • HIFU & Ultherapy : เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เช่น ULtraformer III ตัวช่วยยกผิวที่หย่อนคล้อยให้กระชับขึ้นและปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน
  • RF & Laser : เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวแท้และปรับผิวเรียบเนียน ช่วยลดขนาดรูขุมขนและแก้ปัญหาผิวที่เริ่มขาดความกระชับในระยะเริ่มต้น
  • ผสานกับ Sculptra : การใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ร่วมกับการเติมสารกระตุ้นคอลลาเจนจะช่วยเติมเต็มโครงสร้างจากภายใน ทำให้ผลลัพธ์การยกกระชับดูแน่นและอิ่มฟูมากยิ่งขึ้น

วิธีที่ 3 ทรีตเมนต์กระชับผิวเฉพาะจุด

หากปัญหาความหย่อนคล้อยเริ่มแสดงชัดเจนในบางตำแหน่ง เช่น ร่องแก้มลึก หรือแนวกรามที่หย่อนคล้อยลง การทำทรีตเมนต์เฉพาะจุดจะช่วยจัดการปัญหาได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว อีกทั้งวิธีการยกกระชับใบหน้าให้ผิวเต่งตึงเหล่านี้ยังมักให้ผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูผิวในบริเวณนั้น ๆ อีกด้วย

  • Thread Lift (การร้อยไหม) : เป็นการใช้ไหมละลายดึงผิวและปรับกรอบหน้าให้ดูเรียวสวย พร้อมกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่รอบเส้นไหม
  • Micro-needling หรือ Skin Booster : เน้นการฟื้นฟูผิวให้เต่งตึงและฉ่ำวาว ช่วยแก้ไขปัญหาผิวหยาบกร้านและริ้วรอยเล็ก ๆ บนผิวชั้นนอก
  • ใช้ร่วมกับ Sculptra : เมื่อใช้ร่วมกับการกระตุ้นคอลลาเจน จะช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้จากการปรับรูปหน้าดูเต็มและเป็นธรรมชาติ ลดโอกาสที่ผิวจะกลับมาหย่อนคล้อยซ้ำในเวลาอันสั้น

วิธีที่ 4 ดูแลผิวประจำวันให้ยกกระชับและลดริ้วรอย

การดูแลผิวในระดับ Home-care คือหัวใจสำคัญของการประคองผลลัพธ์จากการทำหัตถการให้คงอยู่ได้ยาวนานที่สุด อีกทั้งการเลือกผลิตภัณฑ์และเทคนิคการปรนนิบัติผิวที่ถูกต้องยังจะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) พร้อมกับช่วยยกกระชับใบหน้า ลดริ้วรอยได้ในระยะยาว

ผิวหย่อนคล้อย-แก้ได้ด้วยวิธียกกระชับใบหน้าด้วยสกินแคร์และทำหัตถการ

  • การนวดหน้า & Facial Exercise : ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า เพื่อคงความกระชับและลดอาการบวมน้ำ
  • Skincare ที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่น : การเลือกใช้เซรั่มคอลลาเจนหรือเปปไทด์เข้มข้น จะช่วยสนับสนุนโครงสร้างผิวภายนอกให้มีความยืดหยุ่นและเนียนนุ่ม
  • ร่วมกับโปรแกรม Sculptra : การดูแลจากภายนอกด้วยสกินแคร์ควบคู่ไปกับการรักษาลึกถึงชั้นโครงสร้างผิว จะทำให้ผลลัพธ์การยกกระชับดูโดดเด่นและชัดเจนกว่าการดูแลเพียงผิวชั้นนอก

วิธีที่ 5 เติมเต็มคอลลาเจนจากภายในด้วย Sculptra

เทรนด์ความงามในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูสุขภาพผิวจากระดับเซลล์ มากกว่าแค่การเติมเต็มให้ผิวดูตึงชั่วคราว การใช้สารกระตุ้นคอลลาเจนธรรมชาติถือเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ Skin Longevity ได้ดีที่สุด เพราะเป็นการเปลี่ยนสภาพผิวที่โรยราให้กลับมาแข็งแรงและหนาแน่นขึ้นจากภายในอย่างแท้จริง

  • กระตุ้นคอลลาเจนธรรมชาติ : ช่วยให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามกลไกธรรมชาติ ทำให้ผิวแน่นและลดริ้วรอยลึกอย่างเห็นได้ชัด
  • เติมเต็มร่องลึกเฉพาะจุด : เหมาะสำหรับการแก้ไขปัญหาร่องแก้ม แก้มตอบ หรือบริเวณใต้ตาที่ดูทรุดโทรม ให้กลับมาดูอิ่มเอิบเหมือนวัยเยาว์
  • ผลลัพธ์ชัดเจนและยาวนาน : เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความงามที่เป็นธรรมชาติ ไม่แข็งทื่อ และต้องการผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี

สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิว ลดริ้วรอย และฟื้นฟูคอลลาเจนจากภายใน โปรแกรมฉีด Sculptra คือเทคนิคที่ตอบโจทย์ เพราะช่วยเติมเต็มโครงสร้างผิว ปรับสมดุลริ้วรอย ร่องแก้ม และกรอบหน้า ทำให้ผิวดูเต่งตึง อ่อนเยาว์ และเป็นธรรมชาติ

ที่ Jairuk Clinic ทีมแพทย์ด้านความงามจะทำการประเมินปัญหาผิวเฉพาะบุคคลก่อนการฟื้นฟู พร้อมออกแบบโปรแกรม Sculptra ให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าและความต้องการของแต่ละคน เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัย เห็นผลชัดเจน และยาวนาน

สามารถนัดหมายเพื่อปรึกษาได้ที่

  • สาขาเกษตรนวมินทร์ โทร. 062-848-7799
  • สาขางามวงศ์วาน โทร. 093-636-5153
  • สาขาราชเทวี โทร. 062-747-1222

ข้อมูลอ้างอิง

  1. The Connection between Sleep, Skin Health, and Skin Ageing. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 จาก https://thoclor.com/science-behind-beauty-sleep/.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธียกกระชับใบหน้า (FAQs)

วิธียกกระชับใบหน้าแบบไหนเห็นผลลัพธ์ยาวนานที่สุด ?

หากต้องการผลลัพธ์ที่ยั่งยืน การเลือกวิธียกกระชับใบหน้าด้วยกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจนอย่างโปรแกรมการฉีด Sculptra ถือเป็นตัวเลือกที่โดดเด่น เพราะผลลัพธ์จากการสร้างคอลลาเจนใหม่ของร่างกายสามารถคงอยู่ได้นานถึง 2 ปี ซึ่งยาวนานกว่าทรีตเมนต์ยกกระชับทั่วไปที่เน้นผลลัพธ์ชั่วคราว

การยกกระชับใบหน้าให้ผิวเต่งตึง จำเป็นต้องทำศัลยกรรมเสมอไปไหม ?

ไม่จำเป็น ในปัจจุบันมีเทคโนโลยี Non-Surgical มากมายที่ช่วยให้ยกกระชับใบหน้า ผิวเต่งตึงได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น การทำ Ultherapy หรือการใช้ Biostimulator เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการความเป็นธรรมชาติและไม่มีเวลาพักฟื้น

การยกกระชับใบหน้า ลดริ้วรอย ควรเริ่มทำตอนอายุเท่าไหร่ ?

สามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 25-30 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนน้อยลง การใช้วิธียกกระชับใบหน้า ลดริ้วรอย ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยรักษาคุณภาพผิว (Skin Quality) ให้แข็งแรงและชะลอความเสื่อมสภาพของผิวในระยะยาวได้ดีกว่าการรอให้มีริ้วรอยร่องลึกชัดเจน

เรื่องล่าสุด