Key takeaway
อนุมูลอิสระคือหนึ่งในปัจจัยหลักที่เร่งให้ผิวเสื่อมสภาพก่อนวัย ผ่านกระบวนการทำลายเซลล์ผิว คอลลาเจน และอีลาสติน ส่งผลให้เกิดริ้วรอย ความหย่อนคล้อย รวมถึงปัญหาผิวอย่างฝ้า กระ และจุดด่างดำ ปัจจัยกระตุ้นสารอนุมูลอิสระพบได้ทั้งจากอายุที่เพิ่มขึ้น แสงแดด มลภาวะ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต สารต้านอนุมูลอิสระจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยปกป้องและฟื้นฟูผิว โดยเฉพาะวิตามิน C, วิตามิน E, เรสเวอราทรอล และโคเอนไซม์ Q10 อย่างไรก็ดี การดูแลผิวอย่างมีประสิทธิภาพควรทำควบคู่ทั้งการปกป้องผิวจากภายนอกและการเสริมความแข็งแรงจากภายใน เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของผิวและคงความอ่อนเยาว์ในระยะยาว
อนุมูลอิสระ คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดริ้วรอยก่อนวัยหรือปัญหาผิวหย่อนคล้อย การเข้าใจถึงแหล่งที่มาของสารอนุมูลอิสระจะช่วยให้เรารู้วิธีการป้องกัน ทั้งยังช่วยให้เราดูแลผิวหน้าไม่ให้แก่ก่อนวัย และคงความอ่อนเยาว์ได้ยาวนานขึ้น

อนุมูลอิสระคืออะไร ?
อนุมูลอิสระ คือ โมเลกุลหรืออะตอมที่มีอิเล็กตรอนเดี่ยวที่ไม่เป็นคู่ (Unpaired electron) ทำให้โมเลกุลเหล่านี้ไม่เสถียร และมีแนวโน้มสูงที่จะทำปฏิกิริยากับโมเลกุลอื่นรอบตัว โดยการดึงอิเล็กตรอนจากเซลล์ปกติ เพื่อทำให้ตัวเองมีความเสถียรมากขึ้น
กระบวนการนี้เรียกว่า Oxidative Stress ซึ่งเป็นกลไกที่สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างเซลล์ เช่น เยื่อหุ้มเซลล์ โปรตีน หรือแม้แต่ DNA เมื่อเกิดขึ้นกับผิวหนังโดยตรง จะส่งผลให้คอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย โครงสร้างผิวอ่อนแอลง ตลอดจนผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้น
ในระยะยาว สารอนุมูลอิสระคือตัวการสำคัญของริ้วรอย ความหย่อนคล้อย รวมถึงปัญหาผิวอย่างฝ้า กระ จุดด่างดำ และสีผิวไม่สม่ำเสมอ
ปัจจัยที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระมีอะไรบ้าง ?
แม้ร่างกายของเราจะสามารถสร้างสารอนุมูลอิสระขึ้นได้ตามกระบวนการเผาผลาญพลังงานตามธรรมชาติ แต่ปัจจัยภายนอกและพฤติกรรมการใช้ชีวิตกลับเป็นตัวเร่งให้เกิดอนุมูลอิสระในปริมาณที่มากเกินสมดุล ไม่ว่าจะเป็น
อายุที่เพิ่มมากขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น สารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติของร่างกายจะทำงานน้อยลง ทำให้ผิวซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลงตามไปด้วย ผิวจึงเสื่อมสภาพง่ายขึ้น
มลภาวะ
ฝุ่น PM2.5 ควันรถ และสารเคมีในอากาศ สามารถกระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระในผิวได้โดยตรง ส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ ระคายเคือง และอักเสบง่าย
แสงแดด
รังสี UV เป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นอนุมูลอิสระที่ชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะ UVA ที่สามารถแทรกซึมลงลึกถึงชั้นผิว ทำลายคอลลาเจน และเร่งการเกิดริ้วรอย
พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม
การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงการรับประทานอาหารที่ขาดสารอาหาร ล้วนเพิ่มปริมาณ สารอนุมูลอิสระ ในร่างกายโดยไม่รู้ตัว
รู้จักสารต้านอนุมูลอิสระ ตัวช่วยสำคัญในการดูแลผิว
เมื่อร่างกายเผชิญกับสารอนุมูลอิสระ สิ่งที่เข้ามาทำหน้าที่ปกป้องเซลล์ก็คือ “สารต้านอนุมูลอิสระ” ซึ่งเป็นสารที่สามารถให้อิเล็กตรอนแก่อนุมูลอิสระได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์อื่น ๆ ช่วยหยุดวงจรการทำลายเซลล์ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสารเหล่านี้มักพบได้ทั้งในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อาหารเสริม รวมถึงอาหารจากธรรมชาติ
สารต้านอนุมูลอิสระที่มีบทบาทสำคัญต่อผิว ได้แก่
วิตามิน C (Vitamin C)
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่โดดเด่นในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยลดการสร้างเมลานิน ทำให้ผิวดูกระจ่างใส ลบเลือนจุดด่างดำ และช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดด
วิตามิน E (Vitamin E)
มีคุณสมบัติช่วยรักษาความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว และช่วยลดความเสียหายจากรังสี UV เมื่อใช้ร่วมกับวิตามิน C จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการต้านอนุมูลอิสระได้ดียิ่งขึ้น
เรสเวอราทรอล (Resveratrol)
เป็นสารสกัดจากผลไม้ เช่น องุ่นและเบอร์รี มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยยับยั้งกระบวนการเสื่อมของเซลล์ผิว ลดการอักเสบ และช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ลง
โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10 หรือ CoQ10)
มีบทบาทในการสร้างพลังงานให้เซลล์ผิว พร้อมช่วยปกป้องผิวจากความเครียดภายนอก และลดการเกิดริ้วรอยที่สัมพันธ์กับอายุ

วิธีการดูแลผิวและคงความอ่อนวัยให้ยาวนานขึ้น
การลดผลกระทบของสารอนุมูลอิสระต่อผิว จะหวังพึ่งพาเพียงสกินแคร์อย่างเดียวไม่ได้ เพราะเราต้องดูแลตัวเองทั้งจากภายนอกและภายในควบคู่กันไป ดังนี้
ทาครีมกันแดด
ครีมกันแดดเป็นด่านแรกในการปกป้องผิวจากรังสี UV ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดสารอนุมูลอิสระสำคัญ โดยควรเลือกสูตรที่ปกป้องได้ทั้ง UVA และ UVB และทาซ้ำอย่างสม่ำเสมอ
บำรุงผิวด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
เลือกใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามิน C, E, เรสเวอราทรอล และโคเอนไซม์คิวเท็น ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยเสริมการฟื้นฟูและปกป้องผิวในชีวิตประจำวัน
หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
สารพิษจากบุหรี่และแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่งการเกิดสารอนุมูลอิสระ และทำให้ผิวขาดความสดใส ดูโทรมก่อนวัย นอกจากนี้ ยังรบกวนการไหลเวียนเลือดและกระบวนการซ่อมแซมผิว ส่งผลให้ผิวฟื้นตัวช้าลงและเกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
น้ำช่วยให้ระบบไหลเวียนดีขึ้น ส่งเสริมการขับของเสีย และช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู มีชีวิตชีวา พร้อมทั้งช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว ลดความแห้งกร้านและการระคายเคืองที่อาจกระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระในผิว
รับประทานผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
เช่น ผักใบเขียว เบอร์รี มะเขือเทศ แคร์รอต และผลไม้สีสด ล้วนเป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติที่ช่วยดูแลผิวจากภายใน
เริ่มดูแลผิววันนี้ เพื่อรับมือกับความเสื่อมสภาพที่อาจมาก่อนวัยอันควร
แม้สารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของผิว แต่เราก็สามารถดูแลผิวให้อ่อนกว่าวัยได้ด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว อย่างโปรแกรมฉีด Sculptra ยกกระชับใบหน้า ที่ Jairuk Clinic ดำเนินการโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ภายใต้เทคนิคการฉีดที่เข้าใจโครงสร้างผิวอย่างลึกซึ้ง มอบผลลัพธ์ผิวกระชับ อิ่มฟู เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างภายในอย่างแท้จริง
สามารถนัดหมายเพื่อปรึกษาได้ที่
- สาขาเกษตรนวมินทร์ โทร. 062-848-7799
- สาขางามวงศ์วาน โทร. 093-636-5153
- สาขาราชเทวี โทร. 062-747-1222
ข้อมูลอ้างอิง
- Role of antioxidants in skin aging and the molecular mechanism of ROS: A comprehensive review. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 จาก https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2949688825000012.

เราเป็นคลินิคดูแลความงามครบวงจร ด้วยอุดมการณ์ที่จะมอบบริการที่ดีที่สุดให้ผู้เข้ารับบริการดูดีมากที่สุด ในแบบที่คงความเป็นตัวของคุณเอง ช่วยเสริมความมั่นใจในแบบที่เป็นธรรมชาติ เน้นการแก้ไขปัญหาเฉพาะบุคคล ที่ตอบโจทย์ผู้เข้ารับบริการที่มีปัญหารูปหน้าแตกต่างกันออกไป ไม่มีการขายคอร์สเกินความจำเป็นให้กังวลใจ